ข้อดีของความเห็นต่าง:โลกยังมีด้านอื่นๆอีกมากมาย

“ผมไม่เห็นด้วยกับคุณ”
รับรองว่าใครที่ได้อ่านประโยคนี้ ก็คงจะอิดสะดุ้งกันไม่ได้
ใช่ครับ มันดีกว่าอยู่แล้ว ที่จะมีคนเห็นด้วยกับเรา
เห็นด้วยกับสิ่งที่เราพูด เห็นด้วยกับสิ่งที่เราทำ

เราชอบให้คนอื่นสนับสนุนความคิดของเรามากกว่าเสมอ…
มันคงตะดีถ้ามีคนเห็นด้วย สอดคล้องกับเราไปทุกเรื่อง
ว่าแต่…มันจะดีจริงเหรอ เพราะถ้าเรายอมรับความจริง
ไม่ใช่แค่เราหรอก แต่ทุกคนบนโลกใบนี้ ไม่มีใครที่จะรู้ดีไปทุกเรื่อง
ไม่มีใครที่จะไม่เคยทำผิด ความผิดพลาาด บกพร่อง เป็นเรื่องธรรมดา
ที่เกิดขึ้นมาคู่กับเรา

ความเห็นต่าง จะช่วยทำให้เรามองเห็นอีกมุมที่เราเคยมองข้าม
ความเห็นต่างจะช่วยให้รู้ว่าโลกนี้ไม่ได้มีแค่มุมความคิดมุมเดียว อย่างที่เราผิด

เพราะอย่างนั้น ในชีวิตของคนหนึ่งคน ถ้าเรามีฝ่ายค้านบ้างก็ดี
เพราะหลายครั้ง ความเห็นต่างที่เราไม่ชอบอ่าน
ความเห็นต่างที่เราไม่อยากฟัง
ความเห็นต่าที่เราไม่อย่ากรู้
คือ ความเห็นเดียว ที่ช่วยดึงสติของเราไว้
และโอบกอดเราจากความล้มเหลว

ข้อดีของความไม่รู้ : ทำให้เราเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

ข้อดีของความไม่รู้ : ทำให้เราเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

ผมเคยเป็นคนที่อาย อายเวลาที่ต้องยอมรับว่ามีอะไรที่ไม่รู้
เพราะด้วยความอ่อนด้อยทางปัญญา ทำให้เราคิดไปเองว่า
ความไม่รู้เท่ากับความไม่ฉลาด เลยเป็นคนขี้อวด โดยเฉพาะอวดรู้
และไม่ค่อยยอมรับว่าเราไม่รู้อะไร
บางทีรู้ไม่จริง มั่วๆทำเหมือนว่ารู้ยังมีเลยครับ คน…หนอคน

ทั้งที่ในความจริง ไม่มีใครอยู่แล้วที่จะรู้อะไรไปทั้งหมด
เราต่างรู้บางเรื่อง และไม่รู้บางเรื่อง เก่งบางอย่าง และอ่อนด้อยบางประการ
แต่ในยุคนี้ การที่เรารู็ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าโอ้อวด ทำเป็นภาคภูมิใจ
และการที่เราไม่รู้ก็หาใช่เรื่องน่าอับอาย
เพราะความรู้ในยุคนี้เปลี่ยนไปเร็วมากครับ สิ่งที่เรารู้วันนี้ วันต่อไปอาจไม่ใช่เรื่องริงแล้ว

การมีความรู้เป็นเรื่อสำคัญ แต่การแสวงหาความรู้ได้เป็นเรื่องสำคัญกว่า
อย่าอายที่จะนยอมรับว่าเราไม่รู้ เพราะการเริ่มต้นหาความรู้
อาจจะต้องเริ่มจ้นจากการยอบรับว่าเราไม่รู้ก่อน

“ยิ่งเราไม่รู้เท่าไหร่ ยิ่งต้องแสวงหาความรู้ให้มากเท่านั้น
เปิดหัวใจและให้โอกาศกับความไม่รู้ของตัวเอง”

ข้อดีของความขม : ช่วยให้เราตาสว่าง

ข้อดีของความขม : ช่วยให้เราตาสว่าง

ตอนเป็นเด็ก ผมไม่ชอบรสขมเลยครับ และไม่เข้าใจว่า
ทำไมผู้ใหญ่ถึงชอบดื่มกาแฟขมๆชอบดื่มกาแฟขมๆ
ชอบกินอาหารขมๆอย่างมะระ

ในวัยเด็ก ผมตีความว่า ความเปรี้ยว ความหวาน ความมัน ความเค็ม
คือความอร่อย
ส่วนความขม คงเป็นขั้วตรงข้ามของความอร่อย
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผมพบว่า ยิ่งอายุมากขึ้น
ผมยิ่งกินหวานลดลง และกินขมมากขึ้น

แต่ผมกลับรู้สึกว่า ความขมมันทำให้เราตาสว่าง
ทำให้เราตื่นตัว ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า
ความหอมหวานของชีวิตมักทำให้เราลืมตัวและหลงระเริง
แต่ความขมจะทำให้เราตาสว่างและดีขึ้นกว่าเดิม

ไม่ผิดหรอก ถ้าเราจะชอบความหวาน ไม่ผิดหรอก ถ้าเราจะไม่ชอบความขม
แค่อย่าลืมว่า หวานไปก็อาจไม่ดี ขมบ้างก็ใช่ว่าจะแย่
บางทีชีวิตเราก็ต้องการพื้นที่ให้ความขม เพราะนั่นคือหนทางที่ทำให้เราตาสว่างได้มากที่สุด

“ความหอมหวานของชีวิตมักทำให้เราลืมตัวและหลงระเริง
แต่ความขมจะทำให้เราตาสว่างและดีขึ้นกว่าเดิม”

ข้อดีของการอกหัก

ข้อดีของการอกหัก : ทำให้เราปล่อยคนที่ไม่รักไปหนึ่งคน

แม้ไม่มีใครชอบการอกหัก แต่เชื่อเถอะครับว่า เราทุกคนเคยอกหักด้วยกันทั้งนั้น
จนอาจพูดได้ว่า หาคนอกหัก หาง่ายกว่าหาคนที่เคยเจอรักแท้
เหมือนเป็นคำของคนที่มองโลกในแง่ร้าย แต่บอกได้เลยว่าจริง
เพราะความจริงมันโหดร้ายในความรู้สึกของเราเสมอ

ผมเอก็เคยอกหัก เหมือนกันกับทุกๆคน
ตอนที่อกหักนี่ เหมือนหัวใจเราหายไปเลย
อาจเพราะเวลารักใคร เราทุ่มเทไปให้เขาทั้งใจ
เราจะรู้สึกว่า เราไม่ใช่เราคนเดิมอีกต่อไป

ใช่ครับ เราเสียคนที่เรารักไปในการอกหัก
และหลังการเลิกรา เรามักเห็นและมองแต่ในมุมนั้น
ทั้งๆที่ถ้าเรามองจากอีกมุมหนึ่ง เราเองไม่ได้เสียฝจอะไรเลย
นอกจากเสียคนที่ไม่รักเราแล้วไป

ผมบอกทุกคนเสมอว่า เรื่องของความรักต้องใช้เวลา
การรักใครสักคนว่าต้องใช้เวลาแล้ว การลืมใครสักคนยิ่งต้องใช้เวลานานกว่านั้น
แต่เชื่อเถอะ เวลาเยียวยาได้ทุกอย่างจริงๆ

ข้อดีของความเงียบ:คือการที่เราได้อยู่กับตัวเองจริงๆ

ข้อดีของความเงียบ:คือการที่เราได้อยู่กับตัวเองจริงๆ

ความเงียบ มักถูกว่าเป็นของคู่กันกับความเหงา
ที่จะมอบความรู้สึกโดดเดี่ยว เป็นความรู้สึกโดดเดี่ยวอึดอัด
โดยเฉพาะความเงียบท่ามกลางผู้คนมากมาย
ทำร้ายหัวใจได้ดีกว่าความเงียบใดๆบนโลกใบนี้

เราจึงพยายามอยู่ให้ห่างจากความเงียบ เวลาอยู่ท่ามกลางผู้คน
เราพยายามหาเพื่อนพูดคุย คนที่เรากับเขาจะแลกเปลี่ยนเรื่องราวระหว่างกัน
ทำลายกำแพงของความเงียบให้มลายลง เราจึงมองหาใครสักคนที่เรารัก
และเขาก็รักเรา คนที่ทำให้วงโคจรของโลกใบนี้ดูไม่เงียบเหงาอีกต่อไป

ใช้เสียงหัวเราะของเรากับเขา
แทนที่ทุกความเงียบที่เคยเข้ามากัดกินลึกในหัวใจ
แม้กระทั้งเวลาอยู่คนเดียว เราก็ไม่ยอมให้ความเงียบรุกล้ำเรา
เราต้องใส่หูฟังให้เสียงดนตรีกลบฝังความเงียบไปได้วันต่อวัน

แต่เชื่อไหมว่า
ความเงียบทำให้เราได้ยินเสียงหัวใจตัวเองชัดขึ้น
ความเงียบทำให้เราได้ทบทวนเรื่องราวต่างๆอย่างลึกซึ้ง
และความเงียบก็มักมาคู่กับความสงบ ความสงบที่เป็นของคู่กับความสุข
“สงบสุข”

ความชอบของคนเราไม่ต้องตรงกัน

ข้อดีของฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว : ความชอบของคนเราไม่ต้องตรงกัน

เพื่อนๆชอบฤดูกาลอะไรกันครับ ฤดูร้อน ฤดูฝน หรือว่าเป็นฤดูหนาว
ผมเองชอบฤดูฝนครับ ชอบบรรยากาศของฤดูฝน
ชอบเสียงน้ำฝนกระทบกับหลังคา ชอบกลิ่นดินในวันที่ฝนตก
และชอบท้องฟ้าเวลาหลังฝน ฟ้าหลังฝนนี่สวยที่สุดเลยครับ
ไม่ว่าจะฟ้าหลังฝนจริงๆหรือฟ้าหลังฝนที่เป็นคำเปรียบเปรย

แต่ถึงจะชอบช่วงเวลาที่ฝนตก และชอบฤดูฝนมากเท่าไหร่
แต่ก็ต้องยอมรับว่า คงไม่ใช่ทุกเวลาที่ผมชอบฤดูฝน
แน่นอนหละ ถ้านอนอยู่บ้านในวันที่ฝนตก
อากาศคงเย็นสบายน่านอนสุดๆไปเลย

ถึงอย่างนั้น ถ้ามองออกไปนอกจากตัวผมเอง
คนอื่นๆที่ชอบฤดูร้อน ชอบฤดูหนาว เขาก็คงมีเหตุผลของตัวเอง
จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าคนชอบฤดูร้อน ฤดูฝน หรือชอบฤดูหนาวต่างก็มีเหตุผลดีๆด้วยกันทั้งนั้น
มันก็คงเหมือนกับความชอบในเรื่องอื่นๆ ที่คนเราอาจมีความชอบที่แตกต่างกันไป
และทุกๆความชอบก็มีเหตุผลที่ดีในตัวของมันเอง

การที่เรากับคนอื่นชอบไม่เหมือนกัน จึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนหรือบังคับให้มาชอบเหมือนกัน
แค่ยอมรับในความชอบของกันและกันก็มากพอ

“คนเราอาจมีความชอบที่แตกต่างกันไปและทุกๆความชอบก็มีเหตุผลที่ดีในตัวของมันเอง”

ข้อดีของการทะเลาะ

ข้อดีของการทะเลาะ : บางครั้งต้องยอมผ่านความไม่เข้าใจเพื่อที่เราจะเปิดใจให้กัน

ในความสัมพัธ์ การทะเลาะกันดูเหมือนเป็นเรื่องเลวร้าย
และถ้าเป็นไปได้เราควรที่จะหลีกเลี่ยง ไม่ทะเลาะกันดีที่สุด
เข้าใจกันทุกเรื่องดีที่สุด และนั้นก็เป็นสิ่งไม่อาจปฏิเสธได้

แต่ในความเป็นจริง การที่คนสองคน ต่างที่มา ต่างความคิด ต่างวิถีชีวิต
ต้องมาใช้ชีวิตร่วมกัน แบ่งเป็นเรื่องราว มุมมอง ในเรื่องต่างๆด้วยกัน
มันก็เป็นเรื่องยากที่ความขัดแย้งจะไม่เกิดขึ้น
ถ้าใครที่คบกัน แล้วไม่เคยทะเลาะกันเลยก็อาจนับว่าเป็นเรื่องที่โชคดี
แต่จะกี่คนล่ะ กี่คู่ล่ะ ที่โชคดีแบบนั้น

เพราะบางครั้ง  เราก็หวาดกลัวการทะเลาะและไม่ชอบการโต้เถียง
ทำให้เราหลีกเลี่ยงที่จะเปิดเผยความรู้สึกบางอย่างแก่กัน
เราเลือกที่จะเก็บอารมณ์ เก็บความรู้สึกไว้ จนอารมณ์และความรู้สึกเล็กๆน้อยๆ
นั้นเริ่มขยายใหญ่และวันหนึ่งมันก็อาจแตกดังโพละออกมา

แต่การทะเลาะกัน มันทำให้เราเปิดเผยความรู้สึกที่มีต่อกัน
เปิดเผยความคิดที่มีต่อกัน ในแง่มุมที่บางที่เราเองก็ไม่กล้าจะพูด
ขึ้นอยู่กับเราจะเก็บเอาคำพูดเหล่านั้นเป็นความขุ่นเคืองใจ
หรือว่าแปลมันมาเป็นความเข้าใจ เพื่อที่จะได้เรียนรู้
และเข้าใจกันมากกว่าวันที่เคย

“ที่สำคัญคือ การอยู่ร่วมกันในช่วงเวลาที่ทะเลาะกันให้ได้
และการเรียนรู้ ‘อะไร’ จากการทะเลาะนั้น”

ข้อดีของการเจอกันช้า

ข้อดีของการเจอกันช้า : ทุกการพบเจอมีเหตุผลในตัวของมันเอง

เจอกันช้าไป
บางเวลา เราก็อดคิดไม่ได้ว่า เราเจอกันช้าไปหรือเปล่า
คงดจะดีกว่า ถ้าเราได้เจอกันก่อนหน้านี้
ใช้เวลาร่วมกันก่อนหน้านี้ และรู้หัวใจกันได้ดีกว่านี้
เราจะได้ไม่ต้องเอาหัวใจ ไปเสียใจ กับใครก็ไม่รู้ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา

บางครั้ง เราก็อดรู้สึกแบบนั้นไม่ได้
ไม่แปลกหรอก ที่เราจะคิดแบบนั้น
เพราะถ้าเลือกได้ เราก้อยากเจอกับคนที่ใช่ตั้งแต่แรก
โดยไม่ต้องเอาวันเวลาไปแลกกับความเสียใจ
ไม่ต้องไปเสียน้ำตาให้กับคนที่ไม่เห็นค่าความรักของเรา

แต่ฉันว่า มันดีแล้ว ดีแล้วที่เราเจอกันตอนนี้
ดีแล้วที่เราต้อผ่านความผิดหวังมา ดีแล้วที่เราได้พบเจอผู้คนมากมาย
เรื่องราวที่ผ่าน ทำให้เราทะนุถนอมความรู้สึกของกันและกัน
เพราะเราต่างรู้ว่าเราเจอคนที่หามาเนิ่นนาน และไม่อยากให้เขาต้องผ่านเลยไป

ทุกอย่างมันมีเวลาของมัน ผลไม้บางอย่างต้องกินตอนสุกเท่านั้น
ดอกไม้จะงดงามจริงๆ ในเวลาที่มันผลิบาน
สิ่งที่มีคุณค่า ล้วนต้องเคยผ่านกระบวนการของการรอคอย
ไม่เว้นแม้แต่การได้พบเจอคนที่มีความหมายต่อหัวใจ

ที่สำคัญที่สุด ที่สุดสำหรับฉัน ขอเพียได้เจอเธอ
ไม่ว่าวันไหน ไม่ว่าเมื่อไหร่ ต่อให้เป็นวันสุดท้ายของลมหายใจ
ขอเพียงได้เจอเธอ ไม่มีคำว่าช้าเกินไป

“เรื่องราวที่ผ่านทำให้เราทะนุถนอมความรู้สึกของกันและกัน
เพราะเราต่างรู้ว่า เราเจอคนที่หามาเนิ่นนาน”

การเปลี่ยนแปลง

ข้อดีของการเปลี่ยนแปลง : ทุกความเปลี่ยนแปลงคือการเริ่มต้นใหม่


คนส่วนใหญ่หวาดกลัวความเปลี่ยนแปลง และนั้นก็ไม่ใช่เรื่อแปลกอะไร
โดยธรรมชาติแล้ว มนุษย์จะรู้สึกดีกว่า
ถ้าได้อยู่ในที่ที่รู้สึกถึงความมั่นคง ปลอดภัย
และการไม่เปลี่ยนแปลง อยุ่ในภาวะเดิมๆที่เรารู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
ภาวะที่เราสามารถรู้ได้ว่า จะรับมือกับเรื่องต่างๆได้อย่างไร
นั่นคือ Comfort Zone อย่างหนึ่ง

แต่ก็เหมือนที่หนังสือหลายเล่ม หนังหลายเรื่อง
แม้กระทั้งบทเพลงหลายเพลง ชอบบอกกับเราว่า
“ออกมาจาก Safety Zone เถอะ”
ไม่ใช่ว่าภาวะของความมั่นคงปลอดภัยไม่ใช่เรื่องดี
เปล่าเลย

เพียงแต่การยึดติดอยู่กับความรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย จนไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง
นั่นอาจเป็นสิ่งที่ทำร้ายเราได้มากกว่า ความเปลี่ยนแปลงใดๆ
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรจะเหมือนเดิมตลอดไป
ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องเปลี่ยนแปลงไปสักวันหนึ่ง

ยอมรับให้ได้เถอะว่า ความเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดาของชีวิต
ไม่มีใครไม่เปลี่ยนแปลง ไม่มีสิ่งใดไม่เปลี่ยนแปลง
ไม่…….แม้กระทั้งเรา
ควาเปลี่ยนแปลง อาจทำให้รู้สึกไม่มั่นคง ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
แต่ในขณะเดียวกัน ความเปลี่ยนแปลงงก็อาจทำให้ทุกอย่างแย่ลง

แต่การเปลี่ยนแปลงก็เป็นวิธีเดียวที่สิ่งดีๆจะเกิดขึ้นได้เช่นกัน
“ท้ายที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรจะเหมือนเดิมตลอดไป
ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องเปลี่ยนแปลงไปสักวันหนึ่ง แม้เราไม่อยากเปลี่ยนแปลง”

ข้อดีของการจำ

ข้อดีของการจำ : เราจะทำผิดซ้ำๆยากขึ้น

หนึ่งในคำถามที่ผมพบเจอมากที่สุด คือ คำถามเรื่องการลืมครับ
คนส่วนใหญ่ อยากให้สมองเรามีปุ่ม Delete
เพื่อที่จะเลือกลบความทรงจำบางเรื่อง และเรื่องของคนบางคนได้

“ช่วยบอกหน่อย มีวิธีการไหนที่จะช่วยให่ลืมคนที่รักได้บางไหม”
ถ้ามีวิธี หลายคนเลือกได้ ก็อยากเลือกที่จะลบความทรงจำเหล่านั้นไป
ผมเป็นคนที่มีความเชื่ออย่างหนึ่งครับว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นมีเหตุผลเสมอ

อาจเป็นเพราะว่า ไม่ใช่ทุกเรื่องที่เราอยากลืม เป็นเรื่องที่เราควรอย่างยิ่งต้องจดจำ
ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น เพราะเรื่องที่เราอยากลืม มักเป็นเรื่องของความเสียใจ
มักเป็นเรื่องของความผิดหวัง มักเป็นเรื่องของเหตุการณ์ที่ไม่ดี

อาจเป็นเพราะถ้าเราลืมความเสียใจ ถ้าเราลืมความผิดหวัง
มันคงง่ายดาย ที่เราจะกลับไปทำแบบเดิม เพื่อที่จะผิดหวังเหมือนเดิม
เพื่อที่จะเสียใจเหมือนเดิม เพราะใช่ไหมว่า ต่อให้ไม่ลืม
ต่อให้ยังจดจำได้ และยังเจ็บปวด
เราก็ยังเผลอไปทำผิดซ้ำแผลเดิมตลอด

ดังนั้นมันอาจดีกับเรามากกว่า ที่เรายังจดจำความทรงจำเหล่านั้นได้
เพื่อที่จะไม่ไปทำผิดซ้ำอีก อย่างน้อยความจำเหล่านั้นจะคอยเตือนเราว่า
เพราะเราเคยทำแบบนี้ เพราะเราเคยรักคนคนนี้ เราจึงลงเอยแบบนี้

ให้ความจำเป็นเครื่องเตือนใจที่เราจะไม่ไปเดินซ้ำแผลเดิม
ครั้งแล้ว ……… ครั้งเล่า
“อาจเป็นเพราะว่าไม่ใช่ทุกเรื่องที่เราอยากลืมที่เราควรต้องลืม”