เคลียร์เมมโมรี่ความทรงจำ

เมื่อถึงเวลาเราก็ต้อง
“ลบความทรงจำ” บางส่วนทิ้งไป
บางส่วนที่ไม่ได้ใช้แล้ว…
เพื่อเหลือพื้นที่ว่างให้ความรงจำใหม่ๆเข้ามา

เมื่อถึงเวลาเราก็ต้องเคลียร์เมมโมรี่…
ลบรูปภาพ
ลบบทสนทนา
ทิ้งบางส่วนของความทรงจำ

เพื่อให้มีพื้นที่ว่าง
สำหรับสิ่งใหม่ๆ คนใหม่ๆ
และความรู้สึกใหม่ๆ

บางความทรงจำ
มันก็แค่เรื่องราวที่เคยผ่านมา
แล้วก็ผ่านไป

กาลครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้น
มันก็แค่เรื่องราวในหนังสือเล่มหนึ่ง
ที่มันจบไปแล้ว

อาจจะเป็นความทรงจำที่ดี มีความสุข
หรืออาจจะแสนเศร้า มีน้ำตา
แต่เมื่อถึงเวลา
เราก็ต้องเคลียร์ตัวเอง

อย่าให้ความทรงจำเก่าๆ
มากินพื้นที่ความทรงจำใหม่ๆที่จะเข้ามา
ถึงเวลาที่ต้องเปิดใจกับเรื่องใหม่ๆ คนใหม่ๆ
ได้แล้วนะ

 

ยังไม่ลืม

ควรจะลืมได้แล้ว
แต่ความจริงคือ…
“ยังคิดถึง”

ไม่รู้กี่ครั้งแล้ว
ที่กลับไปอ่านบทสนทนาเก่าๆ
ที่เราเคยคุยกัน

ไม่รู้กี่ครั้งแล้ว
ที่เปิดไลน์เธอขึ้นมา
แล้วปิดมันลงไป

ไม่รู้กี่ครั้งแล้ว
ที่เปิดไลน์เธอขึ้นมา
แล้วปิดมันลงไป

ไม่รู้กี่ครั้งแล้ว
ที่พิมพ์ชื่อเธอคนเดิมลงช่องค้นหาในเฟซบุ๊ก
และกดเข้าไปดูไทม์ไลน์ว่าเธอสบายดีไหม

ไม่รู้กี่ครั้งแล้ว
ที่เปิดดูรูปถ่ายของเรา
ในอัลบบั้มที่ไม่เคยลบ

ไม่รู้กี่ครั้งแล้ว
ที่ฝนตกทีไร
คิดถึงทุกที

ไม่รู้กี่ครั้งแล้ว
ที่นึกย้อนกลับไป
แล้วมันเจ็บทุกที

ไม่รู้กี่ครั้งแล้ว
ที่พยายามลืม
แต่”ไม่เคยลืม” ได้เลย…

แต่ละคนคงมีเหตุผลที่ยังไม่ลืม…

 

ตอนนั้นมันก็ดีนะ

อย่างน้อยอดีต…
ก็เป็นที่ที่เรากลับไปได้ตลอดเวลา
แม่จะแค่ใน “ความทรงจำ” ก็ตาม

เคยได้ยินไหม
ที่มีคนบอกว่า…
ใครที่ชอบเล่าเรื่องอดีต
มักจะเป็นคนแก่ หรือเริ่มเข้าสู่ช่วงสูงวัยแล้วแหละ

เมื่อก่อนไม่เคยเข้าใจ
ว่าทำไมคนเราถึงชอบเอาเรื่องเล่าเก่าๆมาคุยกัน
-เรื่องเล่าสมัยอนุบาล
-รายการยามเช้าสมัยเด็กๆ
-รำลึกชื่อครูตอนประถม
-ของเล่นสุดฮิตสมัยผมเกรียนติ่งหู
-เพลงดังยุค 90
และอื่นๆอีกมากมาย

หลายคนมักใช้ความทรงจำเหล่านั้น
มาเป็นยาฟื้นฟูจิตใจ
ที่โดนทำร้ายจากโลกปัจจุบัน

อย่างน้อยความทรงจำเหล่านั้น
ก็เป็นที่ที่สบายใจ
ที่เราสามารถกลับไปได้ตลอดเวลา

บางรูปถ่ายมีความรู้สึก

บางรูปถ่าย
มีความหลัง มีความทรงจำ
มีความรู้สึกซ่อนอยู่…

บางที
แค่รูปถ่ายใบเก่งเพียงใบเดียว
ก็ทำให้ความทรงจำเก่าๆ
ย้อนกลับมาได้ทั้งหมด

ทุกครั้งที่เราถ่ายรูป
จุดประสงค์คือเพื่อเก็บไว้
เป็นความทรงจำ
และความประทับใจ

บางรูปถ่าย
ก็เก็บไว้จนเกือบลืม
ไม่ได้เอามาเปิดดูตั้งนาน
แต่ทุกครั้งที่เห็นอีกครั้ง มันยังรู้สึกเสมอ
เหมือนได้พาตัวเองย้อนกลับไปในอดีตตอนนั้น…

เพราะรูปใบนั้น
มันมีความรู้สึกของคนถ่ายและคนในภายซ่อนอยู่
มีทั้งความหลัง
และความทรงจำที่ฝังใจ
ของใครบางคนอยู่

ไมรู้ว่าคนในภาพ
จะเป็นยังไงบ้างนะ…

 

คนตรงนี้ยังเหมือนเดิม…คิดถึงเธอทุกวัน

เธออยู่ตรงนั้นสบายดีไหม
ฉันอยู่ตรงนี้เป็นเหมือนเดิม…
“คิดถึง” เธอทุกวัน

ที่นั้นตอนนี้เป็นยังไงบ้าง
อากาศเย็นไหม ฝกตกหรือเปล่า
หรือว่าร้อนมาก
สบายดีใช่ไหม

คนทางนี้สบายดี
ช่วงนี้ฝนตกบ่อยมาก
บางวันก็ร้อน

บางวันก็เหงา
แต่ก็อยู่ได้ เรื่อยๆ
ไม่มีอะไรแปลกใหม่เป็นพิเศษ

รวมๆแล้วยังเหมือนเดิม
ยัง “คิดถึง” เธอเหมือนเดิม

มากขึ้นบ้างตามอากาศ
วันไหนฝกตก อากาศเย็นๆ
บรรยากาศเหงาๆ
ก็จะคิดถึงมากหน่อย
ไม่ได้ต้องการอะไรหรอก “แค่ได้คิดถึงก็มีความสุขแล้ว”ฃ

ดีใจนะ ที่ตอนนี้เธอมีความสุข
เธอเองก็สบายดี ยังเดินต่อไปเรื่อยๆเหมือนเดิม
ไม่ได้ต้องการอะไรหรอก

แค่ “คิดถึง” เท่านั้นเอง…

อิทธิพลของความรัก

ความรักเปลี่ยนแปลงอะไรได้มากมาย
เปลี่ยนให้คนที่ไม่เอาไหนกลายเป็นคนดี
เปลี่ยนจากคนเข้มแข็งกลายเป็นคนอ่อนแอ
ก็ได้…

มีหบายคนบอกว่า
“ความรัก” มักเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆอย่างในโลก

เปลี่ยนเหตุการณ์จากดีเป็นร้าย
จากร้ายเป็นดีก็ได้
เปลี่ยนคนที่เคยไม่เอาไหน
กลายเป็นจากคนมุ่งมั่น
หรือเปลี่ยนจากคนเข้มแข็ง
กลายเป็นอ่อนแอก็ได้เช่นกัน

มีอีกหลายเรื่องที่ความรัก
เป็นปัจจัยหลักในการเปลี่ยนแปลง
บางครั้งอาจจะขาดเหตุผลไปบ้าง
แต่ก็นั่นแหละ “ความรัก” ร้อยเปอร์เซ็นต์

แต่ในอีกมุม
ความรักก็เหมือนดาบสองคม
ใช้ในด้านดี ก็ดี
ใช้ในด้านร้าย ก็เป็นภัยได้เหมือนกัน

ส่วนตัวแล้วอยากให้รักเป็นเรื่องง่ายๆ
ไม่อยากให้ซับซ้อนมากมาย
เดี๋ยวนี้คนเรามักใช้ความรักในทางที่ผิด
ทำให้คนศรัทธาในความรักน้อยลง

ทั้งที่จริงๆแล้ว
ความรักเป็นความรู้สึกพิเศษของมนุษย์ที่น่าอัศจรรย์
มันสวยงามและเป็นพลังด้านบวกในชีวิต

น่าเสียดาย
ถ้าวันหนึ่งมันจะถูกสังคมกลืนกินไป
และไม่สวยงามอีกแล้ว…

 

เราอาจจะเกิดมาเพื่ออยู่คนเดียว

บางที…
การอยู่ “คนเดียว”
อาจจะเหมาะกับเราที่สุดแล้ว

อยู่คนเดียว
ก็ไม่แย่อย่างที่คิดหรอก

อย่างน้อยก็อาจจะดีกว่า
ต้องเสียความรู้สึกเพราะใครบ่อยๆ
หรือไปทำให้ใครเสียใจ

ได้มีเวลาให้ตัวเอง
ได้เป็นตัวเอง
ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ
ไม่ต้องแคร์ใครอีกคนมากมาย
ไม่เสียความรู้สึกให้ใครที่เขาไม่เห็นค่า
ไม่ต้องเอาขีวิตตัวเองไปผูกติดกับเท้าใคร

บางทีเราอาจจะเกิดมา
เพื่อใช้ชีวิตชิลๆคนเดียว
มีอิสระ และไม่ผูกมัดกับใครก็ได้นะ
อาจจะมีเหงาบ้าง ก็เป็นธรรมดาแหละ

แต่ถ้ามีความสุข สบายใจกับชีวิตดี
อยู่คนเดียวเป็นสิบปีก็ไม่แย่นักหรอก
เพราะฉะนั้นอยู่คนเดียวก็ดี
สบายใจดีเหมือนกัน…

คนที่อยู่ด้วย แล้วเราเป็นตัวเอง

ถ้าเลือกใครเข้ามาในชีวิต
จงเลือกคนที่…
เรา”เป็นตัวเอง” ได้มากที่สุด

ถ้าจะเลือกใครเข้ามาในชีวิต
ต้องดีกว่าอยู่คนเดียว

จงเลือกที่เราอยู่ด้วย
แล้วเป็น “ตัวเอง” ได้มากที่สุด

ไม่อึดอัด ไม่มีหน้ากาก
ไม่รู้สึกไร้ค่า ไม่รู้สึกเหนื่อย
ไม่ต้องเป็นใครที่เราไม่อยากเป็น

นิสัยข้อไหนที่ไม่ดี
ก็ปรับให้กันได้
แต่บางข้อที่ไม่เดือดร้อนใคร
ก็อย่ามาเปลี่ยนแปลงกันเลย
และสิ่งสำคัญคือ ต้องยอมรับอีกฝ่ายให้ได้เช่นกัน

การเป็นตัวเองมันคือความสบายใจ
และความรักควรมีแล้วสบายใจ
มีพื้นที่ที่เราต่างก็เป็นตัวเองได้แบบที่เคย

หวังว่าสักวันคงเจอใครสักคน
ที่รักในสิ่งที่เราเป็น
แล้วเราก็รักในสิ่งที่เขาเป็น

เขาก็แฮปปี้
เราก็แฮปปี้
แฮปปี้ทั้งสองฝ่าย

 

หรือจะเป็นคนที่เดินสวนกันเมื่อวาน

คิดให้ดีว่า…
ชีวิตนี้เราอยากรักคนที่ “สมบูรณ์แบบ”
หรือคนที่ทำให้เรา “สบายใจ”

เคยได้ยินคำว่า First Impression ไหม
เรามักจะประทับในหรือตกหลุมรัก
จากสิ่งที่เรามองเห็นเป็นอันดับแรก

นั่นคือ รูปร่าง หน้าตา รอยยิ้ม…
บางคนพ่วงบ้านรวย หน้าที่การงานดีไปด้วย
แค่นั้นอาจจะดูสมบูรณ์แบบตามมาตรฐานของใครหลายคน

แต่เชื่อเถอะ สิ่งเหล่านั้นที่ว่า
อาจจะทำให้หวั่นไหว
แต่มีแนวโน้มว่าแค่ชั่วคราว แค่เบื้องต้นของความรู้สึกเท่านั้น

เพราะที่สุดแล้ว
ความอบอุ่น สบายใจ และความเข้าใจ
คือสิ่งที่เราทุกคนมักใฝ่หามากที่สุด
และทำให้ความสัมพันธ์ยืนยาว

ในบางครั้ง
ความอบอุ่นและสบายใจ
ไม่ได้อยู่ในคนหน้าตาตี คนรวย หรือมีชื่อเสียงอะไร

แต่อาจจะอยู่ในคนธรรมดาทั่วไป
ที่เรามักมองข้ามไปก็เป็นได้นะ
อาจจะเป้นคนที่นั่งข้างๆ
หรือคนที่เดินสวนกันตอบกลับบ้านเมื่อวานก็เป็นได้
อยู่กับใครแล้วสบายใจก็สังเกตให้ดีๆแล้วกัน

 

ขอใครสักคน

ขอใครสักคน…
ไว้เล่าเรื่องเล็กๆน้อยๆในแต่ละวันให้ฟัง
เวลาเหนื่อยๆก็เอาหัว “พิงไหล่”
ได้อย่างสบายใจ

ถ้ามีใครสักคน
ไว้คอยเล่าเรื่องเล็กๆน้อยๆในแต่ละวันให้ฟัง
ก็คงดี…

วันไหนสนุก ก็อยากเล่าให้ฟัง
วันไหนทุกข์ ก็อยากแชร์ให้ฟัง
วันไหนจะไปเที่ยว ก็อยากชวนไปด้วย
วันไหนฟังเพลงเพราะ ก็อยากส่งให้
วันไหนเจอน้องหมาน่ารัก ก็อยากบอก
วันไหนท้องฟ้าสวย ก็อยากถ่ายรูปให้ดู
ฯลฯ

ขอใครสักคนที่อยู่ข้างๆเราในวันที่สุข
และในวันที่เรารู้สึกทุกข์
ได้เอาหัวหนักๆพิงไหล่อุ่นๆ
ให้รู้สึกสบายใจคลายกังวล

ยิ่งโตขึ้น เรื่องราวในชีวิตยิ่งวุ่นวาย
บางทีก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย
นอกจากความสบายใจในแต่ละวัน

ซึ่งมันก็ดี
ถ้าเรามีอีกคนข้างๆ ที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกดี
เป็นเหมือนบ้านที่อบอุ่น
ได้กลับไปพักให้หายเหนื่อยกับทุกเรื่อง
และเพิ่มพลังสู้ต่อไปได้ในวันต่อๆไป

มีใครอีกคนไว้ “คิดถึง” ตลอดเวลา
ก็คงดีนะ

หวังว่าทุกคนจะได้เจอใครคนนั้น
คนที่กลับบ้านไป
แล้วเราได้พูดว่า…
“เหนื่อยจังวันนี้ ขอพิงไหล่หน่อย”